ผักเหลียงบำรุงสายตาด้วยธรรมชาติ

ผักเหมียงหรือผักเหลียง ถ้าเป็นชาวปักษ์ใต้แท้ก็จะเรียกผักเขรียง เป็นผักที่มีในท้องถิ่นภาคใต้ มีถิ่นกำเนิดในประเทศสิงคโปร์ เดิมเป็นผักป่าขึ้นเองทั่วไป ต่อมานิยมบริโภคกว้างขวางมากขึ้น ก็มีชาวบ้านเอามาปลูกร่วมกับยาง ปรากฏว่าต้นงามและรสชาติอร่อย จากนั้นก็ขยายพันธุ์และปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ   ผักเหมียง ยังรู้จักในชื่ออื่น ๆ ที่เรียกกันตามท้องถิ่น เหลียง ชุมพร ระนอง ประจวบคีรีขันธ์, เหมียง พังงา ภูเก็ต กระบี่เขลียง เป็นพืชในวงศ์ GNETACEAE เป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 3-4 เมตร เป็นพืชที่เจริญทางใบมากกว่าลำต้นรากแก้ว ปลายใบเรียวแหลมและปลายใบมนแหลม ใบสีเขียวเป็นมันสดใสเมื่ออยู่ในร่มเงา แต่ถ้าอยู่ในที่โล่งใบจะสีจางหรือขาวทั้งใบ ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ทั้งการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำหรือใช้ต้นจากรากแขนงปลูกได้ทั้งนั้น  ธรรมชาติของผักชนิดนี้ไม่ชอบแสงแดดและความร้อนสูง เจริญเติบโตดีในสภาพร่มเงา พบทั่วไปตามเนินเขาและที่ราบ ให้ผลผลิตมากที่สุดในฤดูร้อน คือ เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน และผลผลิตต่ำสุดในช่วงฤดูฝน คือ เดือนพฤศจิกายน-มกราคม ปัจจุบันกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง และมีการนำไปทดลองปลูกตามตามอื่นๆ ทั้งเหนือ กลาง อีสาน มากขึ้น โดยเฉพาะการปลูกคู่กับยางพารา จนเรียกว่าพืชร่วมยาง ซึ่งได้ประโยชน์จากร่มเงาของต้นยางช่วยให้รสชาติผักอร่อยยิ่งขึ้น   ผักเหมียงได้ชื่อว่าเป็นราชินีของผักพื้นบ้านภาคใต้ ด้วยรสชาติอร่อยถูกปาก มีรสชาติหวานมัน อมขมและติดฝาดเล็กน้อย ชาวบ้านใช้เป็นผักเหนาะรับประทานคู่กับอาหารที่มีรสเผ็ดจัด ช่วยตัดรสจัดจ้าน ลดความเผ็ดลงได้ และถ้านำไปผัดน้ำมันหอยจะอร่อยเลิศทีเดียว ประโยชน์ของสารเบต้าแคโรทีนที่ได้จากผักเหมียงนั้น เมื่อไปจับกับไขมันจะเปลี่ยนเป็นโปรวิตามินเอซึ่งมีประโยชน์ในการแก้ตาบอดกลางคืนหรือตาฝ้าฟางได้ดี    การทำงานของเบต้าแคโรทีนในการบำรุงสุขภาพของดวงตา เบต้าแคโรทีนจะย่อยสลายที่ตับแล้วจะได้วิตามินเอ ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารโรดอปซินในดวงตา ส่วนเรตินา ทำให้ตามีความสามารถในการมองเห็นในตอนกลางคืนได้  และยังลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกด้วย ประโยชน์ถัดมาคือลดความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญตัวหนึ่ง เมื่อร่างกายมีสารตัวนี้จึงช่วยป้องกันการเกิดเซลล์เนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็งได้ และยังช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกายที่ชื่อทีเฮลเปอร์ ให้ทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น ให้ผลดีกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็ง