ผักเหลียงบำรุงสายตาด้วยธรรมชาติ

ผักเหมียงหรือผักเหลียง ถ้าเป็นชาวปักษ์ใต้แท้ก็จะเรียกผักเขรียง เป็นผักที่มีในท้องถิ่นภาคใต้ มีถิ่นกำเนิดในประเทศสิงคโปร์ เดิมเป็นผักป่าขึ้นเองทั่วไป ต่อมานิยมบริโภคกว้างขวางมากขึ้น ก็มีชาวบ้านเอามาปลูกร่วมกับยาง ปรากฏว่าต้นงามและรสชาติอร่อย จากนั้นก็ขยายพันธุ์และปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ   ผักเหมียง ยังรู้จักในชื่ออื่น ๆ ที่เรียกกันตามท้องถิ่น เหลียง ชุมพร ระนอง ประจวบคีรีขันธ์, เหมียง พังงา ภูเก็ต กระบี่เขลียง เป็นพืชในวงศ์ GNETACEAE เป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 3-4 เมตร เป็นพืชที่เจริญทางใบมากกว่าลำต้นรากแก้ว ปลายใบเรียวแหลมและปลายใบมนแหลม ใบสีเขียวเป็นมันสดใสเมื่ออยู่ในร่มเงา แต่ถ้าอยู่ในที่โล่งใบจะสีจางหรือขาวทั้งใบ ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ทั้งการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำหรือใช้ต้นจากรากแขนงปลูกได้ทั้งนั้น  ธรรมชาติของผักชนิดนี้ไม่ชอบแสงแดดและความร้อนสูง เจริญเติบโตดีในสภาพร่มเงา พบทั่วไปตามเนินเขาและที่ราบ ให้ผลผลิตมากที่สุดในฤดูร้อน คือ เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน และผลผลิตต่ำสุดในช่วงฤดูฝน คือ เดือนพฤศจิกายน-มกราคม ปัจจุบันกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง และมีการนำไปทดลองปลูกตามตามอื่นๆ ทั้งเหนือ กลาง อีสาน มากขึ้น โดยเฉพาะการปลูกคู่กับยางพารา จนเรียกว่าพืชร่วมยาง ซึ่งได้ประโยชน์จากร่มเงาของต้นยางช่วยให้รสชาติผักอร่อยยิ่งขึ้น   ผักเหมียงได้ชื่อว่าเป็นราชินีของผักพื้นบ้านภาคใต้ ด้วยรสชาติอร่อยถูกปาก มีรสชาติหวานมัน อมขมและติดฝาดเล็กน้อย ชาวบ้านใช้เป็นผักเหนาะรับประทานคู่กับอาหารที่มีรสเผ็ดจัด ช่วยตัดรสจัดจ้าน ลดความเผ็ดลงได้ และถ้านำไปผัดน้ำมันหอยจะอร่อยเลิศทีเดียว ประโยชน์ของสารเบต้าแคโรทีนที่ได้จากผักเหมียงนั้น เมื่อไปจับกับไขมันจะเปลี่ยนเป็นโปรวิตามินเอซึ่งมีประโยชน์ในการแก้ตาบอดกลางคืนหรือตาฝ้าฟางได้ดี    การทำงานของเบต้าแคโรทีนในการบำรุงสุขภาพของดวงตา เบต้าแคโรทีนจะย่อยสลายที่ตับแล้วจะได้วิตามินเอ ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารโรดอปซินในดวงตา ส่วนเรตินา ทำให้ตามีความสามารถในการมองเห็นในตอนกลางคืนได้  และยังลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกด้วย ประโยชน์ถัดมาคือลดความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญตัวหนึ่ง เมื่อร่างกายมีสารตัวนี้จึงช่วยป้องกันการเกิดเซลล์เนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็งได้ และยังช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกายที่ชื่อทีเฮลเปอร์ ให้ทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น ให้ผลดีกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็ง

กินไข่วันละใบ ห่างไกลโรค

การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ เป็นคำกล่าวที่ถือว่าจริงที่สุดสำหรับคนทุกวัย คงจะใช้ได้อยู่ทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าโรคร้ายทุกวันนี้มีมากเหลือเกินส่งผลร้ายต่อเราไปหมด แต่ทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้เราห่างไกลโรคภัยเหล่านี้ คือ เพียงแค่ทานไข่วันละใบ ก็ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บแล้ว  ซึ่งยังตรงกับคำขวัญของหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ อดีตอธิบดีกรมเกษตรและกรมประมง ที่ว่า กินไข่วันละฟอง ไม่ต้องไปหาหมอ” เพราะไข่ไก่ใบเล็กๆ วงรีๆ อัดแน่นไปด้วยประโยชน์อยู่เต็มฟอง ทั้ง โปรตีน วิตามิน และแคลเซียม หากเทียบกับ ราคาแล้วถือว่าถูกกว่าอาหารชนิดอื่นเป็นไหนๆ ทำให้ใครๆ ก็สามารถหาซื้อมาไว้ในครัวเพื่อบริโภคได้ในทุกโอกาส แถมยัง ปรุงเป็นเมนูอาหารได้หลากหลายผลวิจัยพบว่า การกินไข่ไก่วันละ 1 ฟอง ไม่ก่อให้เกิดโรคอันตรายใดๆ กับร่างกาย  และยังพบอีกว่าอาจจะช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ อย่างโรคหัวใจ หรือโรคสมองเสื่อมได้เสียด้วยซ้ำ เพราะไข่ไก่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย อาทิ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งหลายคนรู้จักกันดีว่า ช่วยชะลอความแก่ รวมทั้งวิตามินบีที่ช่วยเรื่องของกล้ามเนื้อป้องกันโรคเหน็บชาได้ และโดยเฉพาะไขมันไม่อิ่มตัวที่ช่วยลดผลกระทบจากคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังตรงกับสมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา ที่พบว่าการกินไข่ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย จึงได้ออกมาเปลี่ยนคำแนะนำในการกินไข่ ที่จากเดิมที่ให้กินได้ไม่เกินอาทิตย์ละ 3 ฟอง เป็น สามารถกินได้วันละไม่เกิน 1 ฟอง และที่สำคัญไข่ไก่ฟองเล็กๆ ยังอุดม ไปด้วยโคลีน ในระดับสูง ซึ่ง ถือเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์สมอง และยังทำหน้าที่เป็นสาร สื่อนำประสาทช่วยให้การทำงานของสมอง เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์

แกงเห็ด ตัวเลือกง่ายของคนลดความอ้วน

แกงเห็ด เป็นอาหารอย่างหนึ่งที่เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนหรือควบคุมน้ำหนักแกงเห็ดนั้นถือว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากและเป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำเหมาะสำหรับอาหารมื้อเย็นได้อย่างดีนอกจากนี้ในแกงเห็ดยังอุดมไปด้วยสมุนไพรนานาชนิด

แกงเห็ดนั้นเป็นอาหารยอดนิยมอีกเมนูหนึ่งและสามารถทำเองได้ง่ายซึ่งเราสามารถนำเห็ดชนิดต่างๆมาประกอบอาหารได้ซึ่งเราจะได้ประโยชน์จากเห็ดต่างๆเหล่านี้อาทิ เห็ดฟาง มีวิตามินซีสูงช่วยในเรื่องของการต้าทานเชื้อโรคได้อย่างดีและลดความดันโลหิตได้, เห็ดเข็มทอง ช่วยบรรเทาอาการโรคกระเพาะและอาการลำไส้อักเสบ, เห็ดโคน ช่วยเจริญอาหาร บำรุงกำลัง แก้บิดแก้คลื่นไส้ อาเจียน , เห็ดกระดุม คล้ายกระดุมที่มีขนาดใหญ่ ผิวเนื้อนวล รักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมมากที่สุด โดยสารบางอย่างในเห็ดนี้จะไปช่วยยับยั้งเอนไซม์อะโรมาเตส นอกจากนี้ยังมีเห็ดอื่นมากมายซึ่งผู้ประกอบอาหารก็สามารถใส่เพิ่มได้ตามใจชอบ

นอกจากประโยชน์จากเห็ดต่างๆแล้ว ยังสามารถได้ประโยชน์จากวัตถุดิบอื่นๆอีกเช่น ฝักทอง, ผักหวาน, บวบและผักอื่นๆที่ใส่ลงไปในอาหารซึ่งผักต่างๆเหล่านี้ถือว่ามีใยอาหารชั้นดีที่ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายได้อย่างดีมากทีเดียวซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ท้องผูกเป็นประจำ นอกจากนี้แกงเห็ดยังถือว่าเป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำมากประมาณ 40-60 แคลลอรี่เท่านั้นซึ่งเหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหารได้อย่างดีมากทีเดียวอีกทั้งยังอร่อยอีกด้วย แกงเห็นถือว่าเป็นอาหารสุขภาพต้านทานโรคอย่างหนึ่งที่นิยมทานกันมากในปัจจุบัน

ต้มยำ สารพัดประโยชน์จากสมุนไพร

เมนูต้มยำนั้นเป็นเมนูหลักของไทยที่มีมานานมาก เป็นอาหารพื้นบ้านที่มีอยู่ทั่วไปด้วยความเผ็ดร้อนบวกกับความเปรี้ยวและกลิ่นของสมุนไพรทำให้เมนูนี้มีความอร่อยลงตัว อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย ต้มยำนั้นไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้งหรือต้มยำไก่ ล้วนแล้วมีสรรพคุณและคุณค่าทางอาหารเท่าๆกัน ตำยำนั้นส่วนประกอบสำคัญก็คือสมุนไพรพื้นบ้านจำพวก ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว พริก ทั้งหมดเป็นพืชที่สามารถหาง่าย บางบ้านปลูกเป็นพืชสวนครัว สมุนไพรพวกนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากสามารถต้านทานโรคได้อย่างดี

เมนูต้มยำนั้นถือว่าเป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำหากเป็นต้มยำน้ำใสจะให้พลังงานรวมๆแล้วประมาณ 60 – 80 กิโลแคลลอรี่เท่านั้น แต่หากใส่นมขนจืดลงไปพลังงานอาจขึ้นเป็น 90 – 140 แคลขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารด้วย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นต้มยำน้ำใสหรือต้มยำน้ำข้นนั้นก็ได้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หรือไก่ ซึ่งร่างกายจะได้รับโปรตีนประมาณ 3 – 10 กรัมตามแต่ปริมาณเนื้อสัตว์ที่เราใส่ลงไปในต้มยำ

นอกจากนี้สมุนไพรหรือพืชสวนครัวที่เราใส่ลงไปนั้นก็มีประโยชน์ในด้านต่างๆเช่น พริก ช่วยให้รู้สึดเผ็ดร้อนซึ่งพริกนั้นช่วยในเรื่องของระบบเผาพลาญได้ดีและช่วยให้เจริญอาหารด้วย, มะนาว แก้ปวดศรีษะ แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน แก้เหงือกบวมและลดอาการไอ, มะกรูด นอกจากให้กลิ่นหอมแล้วใบมะกรูดยังช่วยในเรื่องของการบำรุงหัวใจ แก้ไอ และตะไคร้ ช่วยให้ต้มยำมีกลิ่นหอมน่าทานแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ดี

ต้มยำถือว่าเป็นอาหารไทยที่หาง่ายและสามารถทำเองได้ง่ายอีกด้วยและเป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำมีประโยชน์ทางร่างกายและอร่อยอีกด้วย

 

 

มะพร้าว สารพัดประโยชน์

มะพร้าว เป็นผลไม้ที่นิยมอย่างมากเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องของความสดชื่นอย่างมากมะพร้าวถือว่าเป็นไม้ยืนต้นที่มีความสูงมาก และมีหลากหลายสายพันธุ์มักขึ้นทั่วไปตามเขตร้อนและแถบชายฝั่งทะเลทั่วโลก มะพร้าวที่เป็นที่นิยมมากคือการนำน้ำมะพร้าวสดๆมาทาน ให้ความสดชื่นอย่างมากและเนื้อมะพร้าวอ่อนก็สามารถนำมาทานได้ ส่วนเนื้อมะพร้าวแก่นั้นนิยมนำมาคั่นเป็นกะทิสดมาประกอบอาหารคาวหวานได้หลากหลายเรียกว่าประโยชน์ของมะพร้าวนั้นมีมากมาย

สำหรับสรรพคุณมะพร้าวที่ดีต่อร่างกายนั้นก็มีมากเช่นกัน ในน้ำมะพร้าวนั้นมีสารที่เป็นฮอร์โมนเพศหญิงในระดับอ่อนซึ่งช่วยในเรื่องของผิวพรรณที่ชุ่มชื้นดูมีน้ำมีนวล น้ำมะพร้าวนั้นมีเกลือแร่ในปริมาณมากช่วยให้รู้สึกดสดชื่นและแก้อาการอ่อนเพลีย, น้ำมะพร้าวมีกรดอะมิโนซึ่งเป็นส่วนที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างดีสามารถช่วยซ่อมแซมร่างกายและอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายหนักๆด้วย, น้ำมะพร้าวเป็นน้ำที่มีความสะอาดมาก บางข้อมูลระบุว่ามันสะอาดกว่าน้ำเปล่าทั่วไปถึง 2 เท่า สามารถดื่มแทนน้ำได้ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ลดอาการกระหายน้ำ นอกจากนี้น้ำมะพร้าวสดๆยังช่วยในเรื่องการขับพิษออกจากร่างกาย ซึ่งควรทานน้ำมะพร้าวสดๆดีกว่า น้ำมะพร้าวเผาเพราะว่าในมะพร้าวเผานั้นจะเปลี่ยนให้น้ำมะพร้าวมีปริมาณน้ำตาลสูงซึ่งไม่เหมาะกับผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวาน

สำหรับเนื้อมะพร้าวเต็มไปด้วย วิตามินต่างๆเช่น วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 5 และบี 6 ที่ช่วยในการเผาผลาญน้ำตาล ให้เป็นพลังงาน โดยไม่จำเป็นต้องซื้อวิตามินราคาแพงมาทานเลย

ดอกอัญชัน ดอกไม้สวยสรรพคุณดี

เครื่องดื่มที่สกัดจากดอกไม้ที่ยอดนิยมอย่าง ดอกอัญชัน ถือว่ามีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายอย่างดีดอกอัญชันเป็นดอกไม้ที่หาง่ายและมีปลูกตามบ้านทั่วไป ดอกอัญชัน มากจะนำมาใช้ประกอบอาหารหลายอย่างเช่น นำมาสกัดเป็นสีผสมอาหารเพื่อใช้ทำขนมหวาน อีกทั้งดอกอัญชันนั้นยังมีสรรพคุณในเรื่องของการบำรุงเส้นผมให้สวยงามมีการนำดอกอัญชันมีเป็นส่วนผสมทำแชมพูสระผม นอกจากนี้ดอกอัญชันยังมีการนำมาทำเป็นเครื่องดื่มคลายร้อนอีกด้วย ทีนี้เรามาคุณกันว่าดอกอัญชันนั้นมีสรรพคุณมีประโยชน์ต่อร่างกายยังไงบ้าง

ดอกอันชัญมีคุณสมบัติค่อนข้างน่าทึ่งทีเดียว ในตัวดอกอันชันนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสนะเป็นสารชนิดที่ชื่อว่า แอนโทไซยานิน สารชนิดนี้เป็นสารที่ช่วยเรื่องของการบำรุงสายตา ช่วยในเรื่องประสิทธิภาพในการมองเห็นได้อย่างดี น้ำดอกอัญชันนั้นช่วยในเรื่องของแก้อาการตาพร่ามัวจากการใช้คอมพิวเตอร์นานๆ แก้อาการตาฟาง นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องอาการดวงตาเสื่อมจากภาวะโรคเบาหวาน

นอกจากนี้ดอกอัญชันยังมีฤิทธิ์ต้านการออกซิเดชั่นของไขมัน เป็นส่วนที่ช่วยในเรื่องของการป้องกันไขมันสะสมและคอเลสเตอร์รอลในร่างกาย อีกทั้งยังป้องกันการเกิดภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด ป้องการภาวะหลอดเลือดหัวใจแข็งตัวด้วย นอกจากนี้น้ำดอกอัญชันยังช่วยให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย ช่วยคลายร้อนได้อย่างดี อีกทั้งยังช่วยขับปัสสาวะและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

นอกจากดอกอัญชันจะนำมาใช้เป็นส่วนประกอบอาหารเช่น นำมาใช้เป็นสีผสมอาหาร นำมาทำเป็นเครื่องดื่มที่สดชื่นแล้ว ดอกอัญชันยังสามารถนำมาลวกทานคู่กับน้ำพริกก็ได้ด้วย

ดอกกุหลาบก็กินได้ แถมยังรักษาโรคได้อีก

  ดอกกุหลาบก็เป็นดอกไม้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยความงาม โดยหลายๆ คนก็ได้นิยมมองดอกกุหลาบให้กับคนรัก ดอกกุหลาบที่เห็นๆ กันนั้นก็มีความแตกต่างกันที่สีเท่านั้น ซึ่งในโลกใบนี้ก็มีมากกว่า 100 ชนิดด้วยกัน แต่บางคนก็ยังไม่รู้นะครับว่าดอกกุหลาบนั้นมันสามารถที่จะกินได้ แถมยังสามารถที่จะเอามารักษาโรคได้อีกด้วยนั่นเอง

ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่นั้นก็นิยมกินดอกกุหลาบเหมือนกันนะครับ ซึ่งส่วนที่นำมากินนั้นก็จะเป็นส่วนของกลีบกุหลาย ที่จะมีคุณค่าทางอาหารอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี วิตามินเค แคลเซียม โปแตสเซียม และ แร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ซึ่งเลยทำให้ดอกกุหลาบนั้นมีคุณค่ามากกว่าความสวยงาม แต่ก็ยังคงถูกนำมาประกอบอาหาร ใช้กิน ใช้ดื่มกันอย่างมากมาย อีกทั้งดอกกุหลาบก็ยังคงมีกลิ่นที่หอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยังสร้างความผ่อนคลายให้กับร่างกายได้อีกด้วย โดยเมื่อก่อนนั้นในช่วงที่ส้มขนาดตลาด คนต่างประเทศก็จะนิยมมากินแทนส้ม เพราะอย่างที่บอกนะครับว่าดอกกุหลาบมีวิตามินซี สูงเป็นอย่างมาก ส่วนเมนูที่เราได้เห็นกันบ่อยๆ นั้นก็จะมีเป็นพวก สลัดดอกกุหลาบ , ชาดอกกุหลาบ, เค้กดอกกุหลาบ , กุหลาบชุปแป้งทอด เป็นกัน ซึ่งถ้าหากใครที่เห็นแล้วชอบนั้นการเลือกดอกกุหลาบมาทำอาหาร ก็ควรเลือกแต่ดอกกุหลาบที่มั่นใจว่าเป็นการปลูกโดยวิธีธรรมชาติ แต่ปัจจุบันก็คงเจอยากแหละครับ และก็ควรที่จะล้างให้สะอาดก่อนที่จะนำมาปรุงเป็นอาหารทุกครั้งด้วยนะครับ

หัวปลาประโยชน์ดีๆ ต่อสมองและหัวใจ

   หลายๆ คนก็คงรู้กันอยู่แล้วนะครับว่าการรับประทานเนื้อปลานั้นมันมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากเลย ซึ่งในเนื้อปลานั้นก็มีคุณค่าทางอาหารที่สูงมาก กินแล้วเหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยในปลานั้นก็จะอุดมไปด้วย โปรตีนและแร่ธาตุที่ดีต่อร่างกาย ไขมันน้อยถ้าหากเทียบกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ  ไม่ว่าส่วนไหนๆ ของปลานั้นก็มีประโยชน์แทบทั้งหมด แต่หลายๆ คนก็ยังคงไม่ทราบนะครับว่า หัวปลานั้น เป็นสิ่งที่รวมประโยชน์ต่อสมองและหัวใจอย่างมากมาย

บางคนอาจจะสงสัยนะครับว่าหัวปลาที่มีแต่ก้างและเหงือกนั้นจะมีประโยชน์ได้อย่างไร เนื้อสักชิ้นก็แทบจะไม่มี โดยหลายดังๆ หลายที่ ก็มักจะมีต้มยำหัวปลา ข้าวต้มหัวปลา การกินหัวปลานั้นบางคนก็ชื่นชอบเป็นอย่างมากเลยนะครับเพราะการได้ดูด ได้แทะ หัวมันนั้นมันทำให้เราสนุก อร่อย เพลินในการกินเป็นอย่างมากเลยนะครับ ในหัวปลานั้นก็จะมีคอลลาเจนอยู่มาก ซึ่งก็จะอุดมไปด้วยน้ำมันปลา ซึ่งก็จะมีไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ทำหน้าที่ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ไขมันนั้นอุดเส้นเลือด ทำลายคลอเลสเตอรอลที่สะสมอยู่ในหลอดเลือด ป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วย เห็นไหมละครับว่าหัวปลานั้นก็มีประโยชน์เป็นอย่างมากจริงๆ ทีนี้แหละ ถ้าหากเพื่อนๆ ได้รู้แล้วผมคิดว่าถ้าหากสั่งต้มยำปลามานั้นรับรองเลยนะครับว่าจะต้องโดนแยกหัวไปอย่างแน่นอน เอาเป็นว่าก็อยากลืมกินหัวปลากันบ้างนะครับเพื่อที่จะทำให้ร่างกายของเรานั้นได้รับสารอาหารที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรานั่นเอง

ไล่หวัดด้วยหอมใหญ่

   ประเทศไทยนับวันก็มีอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว บางวันฝนตก บางวันน้ำท่วม ซึ่งสภาพที่แปรปรวนเช่นนี้อยู่บ่อยๆ ก็ทำให้เรานั้นเกิดอาการเจ็บป่วย ไม่สบาย เป็นไข้หวัดได้อย่างต่อเนื่องเลยนะครับ เพราะว่าร่างกายของเราอ่อนแอลง เชื่อโรคต่างๆ ก็จะวิ่งเข้าหาเราได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง แต่ไม่ต้องกังวลมากไปนะครับเพราะโรคเหล่านี้สามารถที่จะรักษาให้หายได้ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่อง หอมใหญ่ที่มีสรรพคุณไล่ไข้หวัดได้อย่างน่าอัศจรรย์ เอาเป็นว่าเดียวเราจะมาทำความรู้จักกับหอมใหญ่กันดีกว่านะครับ

โดยหลายๆ คนมักจะไม่ค่อยชื่นชอบการกินหอมใหญ่กันเท่าไรนัก เพราะว่าด้วยกลิ่นที่ฉุน ค่อนข้างที่จะรุนแรง ปอกได้ยาก และยิ่งปอกเท่าไร น้ำตามันก็ยิ่งไหล แต่รู้หรือไม่ถึงแม้ว่ากลิ่นจะไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ก็อัดเต็มไปด้วยสรรพคุณที่น่าทึ่งเป็นอย่างมาก และเราก็ควรที่จะใส่ใจกับหอมใหญ่ให้มากยิ่งขึ้นเพราะมันมีประโยชน์ต่อร่างกายนั่นเอง หอมหัวใหญ่ เป็นสมุนไพรที่มีคุณค่าทางอาหาร มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก และที่สำคัญ หอมใหญ่นั้นสามารถที่จะมาดัดแปลงปรุงแต่งเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู แถมยิ่งกินเท่าไร มันก็จะไล่หวัดของเราให้หายได้อีกด้วย คนไทยส่วนใหญ่ก็จะนำหอมใหญ่นั้นมาทำอาหารไม่ว่าจะเป็น ซุปไก่หรือซุปเนื้อ เพราะว่าคนป่วยถ้าได้กินซุปร้อนๆ กับหอมใหญ่ที่มีกลิ่นเฉพาะรับรองเลยนะครับว่าอาการป่วยที่มีอยู่นั้นก็จะหายลงอย่างแน่นอน แต่บางคนอาจจะคิดว่าต้มซุปนั้นหัวหอมจะทำให้กินยากเพราะต้องหันชิ้นใหญ่ แต่เราสามารถที่จะซอยบางๆ เพื่อให้ง่ายต่อการรับประทานได้นั่นเอง หรืออาจจะเสริมผักต่างๆ ให้น่ากินลงไปได้อีก ไม่ว่าจะเป็น มะเขือเทศ ซึ่งยิ่งผ่านความร้อนนั้นก็จะทำให้มีคุณค่าทางอาหารสูงมากจริงๆ ยิ่งใส่มันฝรั่งเข้าไปอีกนะ รับรองเลยนะครับว่าซุปชามนี้ก็จะเป็นซุปที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาอีกด้วย เอาเป็นว่าคงต้องไปหาซุปซดร้อนๆ ให้คล่องคอกันเสียแล้ว

กินเผ็ดลดความเสี่ยงการเสียชีวิต

   หลายๆ คนก็อาจจะไม่ชื่นชอบรสชาติของคำว่า “เผ็ด” กันนะครับเพราะนอกจากกินแล้วจะทรมานปากแล้วแถมยังทรมานรูทวารของเราอีกด้วยนะครับ แต่การกินเผ็ดนั้นก็ไม่ได้มีแค่ความเผ็ดเท่านั้นะครับ แต่ก็ยังสามารถที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตได้อีกด้วยนั่นเอง ซึ่งการใช้เผ็ดเม็ดที่มีสีแดงนั้นก็จะช่วยให้อาหารที่เรารับประทานนั้นมีสีสันที่น่ากินอีกด้วย

นอกจากความเผ็ดของพริกนั้น ถ้าเรากินอาหารที่มีรสชาติที่เผ็ดๆ ก็สามารถที่จะลดอัตราการเสี่ยงการเสียชีวิตลงได้อีกนะครับ อย่างที่ Harvard Health Publications นั้นก็เคยได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ให้เราได้ทราบกันนะครับว่า ผลการศึกษาที่ได้ทำการวิจัยนั้นเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมานั้น โดยการศึกษาในครั้งนี้นั้นก็ได้ศึกษากับประชากรชาวจีนจำนวน 500,000 คน ซึ่งคนที่กินเผ็ดทุกวันนั้นก็มีแนวโน้มจะมีโอกาสเสี่ยงในการเสียชีวิตน้อยกว่าคนที่ไม่ทานเผ็ดเป็นยอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งเห็นไหมละครับว่าการทานเผ็ดนั้นก็มีประโยชน์เหมือนกันผมคิดว่า ดีกว่าไปทานเค็ม หรือ ทานหวานอีกนะครับเพราะว่าสองสิ่งนั้นเมื่อเราทานเข้าไปมากๆ ก็จะทำให้เกิดโรคร้ายๆ ตามเรามาได้เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นโรคความดัน โรคเบาหวาน รวมไปถึงความอ้วน ซึ่งกว่าจะทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้นั้นมันก็คงเสียเวลาไปแล้วนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นการับประทานเผ็ดมากๆ  นั้นก็อาจจะส่งผลเสียกับตัวเราเองอีกด้วยนะครับ เพราะอาจจะทำให้เราเป็นกรดไหลย้อนและอาจจะทำให้ระบบการย่อยอาหารนั้นแปรปรวนได้อีกด้วยนั่นเอง เอาเป็นการการกินเผ็ดก็ถือเป็นสิ่งที่ดีนะครับแต่ก็ควรที่จะทานแค่พอดีเท่านั้น ควรเลือกกินอาหารที่เป็นประโยชน์มากจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาลำบาก มาป่วยในทีหลัง